แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wawacalyn เมื่อ 2025-6-16 11:05
ในการทำงานก่อสร้าง ความเร็วและความแม่นยำคือหัวใจของทุกโปรเจกต์ โดยเฉพาะ “งานฉาบ” ที่ต้องการทั้งความต่อเนื่องและคุณภาพของปูนที่สม่ำเสมอ ซึ่งแน่นอนว่า เครื่องผสมปูนฉาบ คืออุปกรณ์สำคัญที่ช่วยลดแรงงานคน เพิ่มประสิทธิภาพ และย่นระยะเวลาทำงานได้อย่างมาก แต่... เครื่องผสมปูนไม่ได้มีแค่แบบเดียว แล้วคุณควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน? นี่คือสิ่งที่ผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ 1. พิจารณาประเภทของงานฉาบงานก่อฉาบทั่วไป (บ้าน, อาคารพาณิชย์)
แนะนำใช้เครื่องผสมขนาดกลาง รองรับปริมาณปูนระดับกลาง เคลื่อนย้ายง่าย ใช้คนควบคุมไม่เยอะ
งานโครงการใหญ่ (คอนโดฯ, โรงงาน, สาธารณูปโภค)
ควรใช้เครื่องผสมขนาดใหญ่ หรือแบบอัตโนมัติ (Mortar Mixer แบบถังหมุนหรือแนวนอน) เพื่อให้รองรับงานต่อเนื่องได้ทั้งวัน
งานพื้นที่จำกัด
ควรมองหาเครื่องขนาดกะทัดรัด มีล้อ เคลื่อนย้ายง่าย น้ำหนักไม่มาก แต่ยังคงมีกำลังผสมเพียงพอ
2. เลือกเครื่องตามกำลังไฟและความจุกำลังไฟ 1,000–2,000 วัตต์: เหมาะสำหรับงานเบา ใช้วันละไม่มาก 2,000 วัตต์ขึ้นไป: สำหรับไซต์งานที่ต้องผสมทั้งวัน ปริมาณมาก ความจุถังผสมควรสัมพันธ์กับรอบการใช้งาน เช่น ถ้าใช้วันละ 10 รอบ ควรเลือกถังขนาด 120 ลิตรขึ้นไป เพื่อไม่ต้องผสมบ่อย
3. โครงสร้างแข็งแรง ใช้งานภาคสนามได้จริงตรวจสอบวัสดุที่ใช้ทำเครื่อง ว่าทนต่อฝุ่น น้ำ และการใช้งานหนักหรือไม่ ควรเป็นเหล็กหล่อหรือโครงเหล็กเคลือบกันสนิม มอเตอร์ต้องกันฝุ่นได้ดี และระบายความร้อนได้ไว
4. ควรมีบริการหลังการขายและอะไหล่เพราะเครื่องผสมปูนใช้งานหนักทุกวัน การมีศูนย์บริการ และ อะไหล่พร้อมเปลี่ยน จะช่วยให้ไม่ต้องหยุดไซต์งานนานหากเกิดปัญหา 5. ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเพราะแต่ละไซต์งานมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน เครื่องที่เหมาะกับคนอื่น อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
ตัวอย่างประเภทของเครื่องผสมปูนฉาบและความแตกต่าง พร้อมข้อดีข้อเสีย จาก S.T. Intertrade การรู้จักประเภทและรุ่น เครื่องผสมปูนฉาบแต่ละแบบ จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องที่เหมาะกับงานก่อสร้างของคุณที่สุด นี่คือสรุปง่าย ๆ พร้อมจุดเด่น-จุดด้อยของรุ่นยอดนิยมที่ S.T. Intertrade จำหน่าย 1. MARTON เครื่องผสมปูนฉาบ 1 ถุง รุ่น Premiumความจุ: ผสมปูน 1 ถุง (ประมาณ 40 กิโลกรัม)
เหมาะกับ: งานฉาบขนาดเล็ก-กลาง เช่น บ้านพักอาศัยหรือออฟฟิศขนาดเล็ก
ข้อดี: ขนาดกะทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก ใช้งานง่าย เหมาะกับงานทั่วไป ราคาจับต้องได้ ข้อเสีย: ความจุน้อย อาจต้องผสมหลายรอบสำหรับงานใหญ่ กำลังผสมไม่เหมาะกับไซต์งานที่ต้องการความเร็วสูง
2. MARTON เครื่องผสมปูนฉาบ 2 ถุงความจุ: ผสมปูนได้ 2 ถุง (ประมาณ 80 กิโลกรัม)
เหมาะกับ: งานขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อดี: ปริมาณผสมเพิ่มขึ้น ลดเวลารอคอย ทนทาน เหมาะกับงานก่อสร้างที่ต้องใช้บ่อย ข้อเสีย: ขนาดและน้ำหนักมากขึ้น เคลื่อนย้ายลำบากกว่าแบบ 1 ถุง ราคาสูงกว่าเล็กน้อย
3. BERGIN เครื่องผสมปูนฉาบ รุ่น BM-300G
ความจุ: ประมาณ 100 ลิตร
เหมาะกับ: งานก่อสร้างขนาดกลาง ที่ต้องการเครื่องที่ทนทานและใช้งานหนักได้
ข้อดี: โครงสร้างแข็งแรง เหมาะกับงานหนัก มอเตอร์กำลังสูง ผสมได้เร็วและเนียน ระบบระบายความร้อนดี ข้อเสีย: น้ำหนักมาก ต้องใช้แรงในการเคลื่อนย้าย ราคาสูงกว่าเครื่องทั่วไป
4. BERGIN เครื่องผสมปูนฉาบ รุ่น BM-700Gความจุ: ประมาณ 200 ลิตร
เหมาะกับ: งานโครงการใหญ่ เช่น อาคารสูง โรงงาน หรือไซต์งานที่ต้องผสมปูนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง
ข้อดี: ความจุใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ ผสมได้รวดเร็ว ประสิทธิภาพสูง ทนทานต่อการใช้งานหนัก ลดเวลาแรงงาน ทำงานได้ต่อเนื่อง ข้อเสีย: ขนาดและน้ำหนักใหญ่มาก ต้องมีพื้นที่เก็บและเคลื่อนย้ายสะดวก ราคาสูง เหมาะกับงานระดับมืออาชีพ
การเลือกเครื่องผสมปูนฉาบที่เหมาะกับงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นงานขนาดเล็กหรือโปรเจกต์ใหญ่ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และควบคุมคุณภาพงานได้อย่างมืออาชีพ ทั้งยังลดแรงงานและความผิดพลาดในหน้างานได้มากขึ้น
S.T. Intertrade คือ ผู้จำหน่ายเครื่องผสมปูนฉาบและเครื่องจักรก่อสร้างคุณภาพสูง ที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทก่อสร้างทั่วประเทศ เรามีสินค้าให้เลือกหลายรุ่น หลายขนาด พร้อมให้คำแนะนำโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งด้านการเลือกเครื่อง การดูแลรักษา และการใช้งานที่ถูกต้องตามลักษณะงาน นอกจากจำหน่ายแล้ว เรายังมีบริการ อะไหล่แท้ การซ่อมบำรุง และบริการหลังการขายครบวงจร ช่วยให้องค์กรของคุณดำเนินงานได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุด ติดต่อเรา โทร: 099-490-6022 ที่อยู่ 120/238 ซอย 18 หมู่11 ถ.เทพารักษ์ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
|